คนท้องเสี่ยงเป็นโรคหรือภาวะอะไรบ้าง? อาการแบบไหนที่ควรระวัง?

เขียนโดย คุณหมอตั้ว (นพ.ตรีภพ เลิศบรรณพงษ์)

คนท้องเสี่ยงเป็นโรคหรือภาวะอะไรบ้าง? อาการแบบไหนที่ควรระวัง? คนท้องเสี่ยงเป็นโรคหรือภาวะอะไรบ้าง? อาการแบบไหนที่ควรระวัง? คนท้องเสี่ยงเป็นโรคหรือภาวะอะไรบ้าง? อาการแบบไหนที่ควรระวัง?
เวลาคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะเติบโต การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนทำให้คุณแม่มีโอกาสเกิดโรคหรือภาวะต่าง ๆ ที่จำเพาะในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อคุณแม่หรือลูกในครรภ์ได้ วันนี้หมอจะคุยให้ฟังว่าโรคหรือภาวะต่าง ๆ เหล่านั้นคืออะไร และมีอาการที่ต้องเฝ้าระวังอย่างไรบ้าง
สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมตัวตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 4 วิธีดูแลครรภ์คุณภาพ สำหรับคุณแม่มือใหม่ เพื่อดูแลสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยตลอดช่วงตั้งครรภ์
 

Q&A คำถามที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

โรคหรือภาวะที่พบบ่อยในขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ภาวะซีด

การเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คุณแม่เกือบทุกรายจะมีภาวะซีด แม้ไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะซีดมาก่อนก็ตาม ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดในขณะตั้งครรภ์ มักมีอาการอ่อนเพลีย ใจสั่น หน้ามือหรือเวียนศีรษะ
ด้วยเหตุนี้เมื่อไปฝากครรภ์ การเจาะเลือดเพื่อค้นหาภาวะซีดจึงเป็นกิจกรรมภาคบังคับที่ต้องทำในคุณแม่ทุกราย แต่ไม่ต้องกังวล ภาวะนี้ดูแลง่ายมากเพราะคุณหมอจะจ่ายยาธาตุเหล็กอย่างน้อยวันละ 1 เม็ดให้คุณแม่ทุกคนในขณะตั้งครรภ์ เพียงเท่านี้ภาวะซีดก็ได้รับการแก้ไขแล้วครับ

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือท้องผูก

ระบบย่อยอาหารขณะตั้งครรภ์มักทำงานช้าลง เป็นเหตุให้คุณแม่ส่วนใหญ่มักมีอาการคล้ายเป็นโรคกระเพาะอาหาร มีอาการแน่นหรือท้องอืดได้บ่อยเป็นเรื่องปกติ เมื่อท้องแก่มากขึ้น มดลูกที่โตขึ้นจะเบียดกระเพาะอาหารทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่กินอาหารได้น้อยลงในแต่ละมื้อ แน่นท้องง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องตกใจ การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสามารถช่วยได้ หมอมักแนะนำให้คุณแม่กินอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อยครั้ง ไม่กินจนอิ่มเกินไป และอาจให้ยาลดกรดบ้างในบางรายที่มีอาการมาก ๆ
นอกจากนี้คุณแม่บางคนอาจมีอาหารท้องผูก ถ่ายยาก หมอมักแนะนำให้กินอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น และหากมีอาการมาก อาจให้กินยาระบายเป็นครั้งคราว

โรคติดเชื้อในระบบต่าง ๆ

ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่ตั้งครรภ์มักจะทำงานแย่ลงเมื่อตั้งครรภ์ เพื่อไม่ให้ต่อต้านลูกน้อยที่เกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่มีโอกาสติดเชื้อง่ายกว่าคนปกติ ดังนั้นการปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณแม่ทุกคน ที่สำคัญได้แก่ 
  • การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่สาธารณะ ระบบขนส่งมวลชน หรือสถานที่คนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
  • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนและหลังอาหาร กินอาหารที่สุก สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือไม่ผ่านความร้อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน และไม่กลั้นปัสสาวะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
นอกเหนือนี้ยังมีบางโรคหรือภาวะที่เกิดขึ้นจำเพาะกับการตั้งครรภ์และมีความสำคัญ ได้แก่

เบาหวานขณะตั้งครรภ์

ภาวะนี้ไม่ใช่โรคเบาหวานที่เป็นกันในคนปกติ แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินที่มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำงานแย่ลงในขณะตั้งครรภ์ ส่งผลให้คุณแม่ส่วนใหญ่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ คล้ายที่ตรวจพบในคนไข้โรคเบาหวาน
ดังนั้นจึงต้องมีการคัดกรองภาวะนี้ในคุณแม่ทุกรายเมื่อฝากครรภ์และให้การดูแลรักษาด้วยการควบคุมอาหารหรือให้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดหากตรวจพบ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกในครรภ์ เช่น ทารกตัวโต ทารกมีระดับน้ำตาลต่ำภายหลังคลอด เป็นต้น

ครรภ์เป็นพิษ

ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงและอันตรายขณะตั้งครรภ์ เป็นผลจากการฝังตัวของรกที่ผิดปกติและมีการปล่อยสารเคมีบางอย่างที่มีฤทธิ์ตีบหลอดเลือด ทำให้คุณแม่เกิดภาวะความดันโลหิตสูงที่อาจรุนแรงจนมีอาการชัก คล้ายผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก (Stroke)
อาการนำส่วนใหญ่ คือ ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัวหรือเห็นแสงวาบ หรือจุกแน่นใต้ลิ้นปี
โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถคัดกรองและป้องกันภาวะนี้ได้ระดับหนึ่งผ่านการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์ขณะตั้งครรภ์เพื่อคำนวณความเสี่ยง และมีการให้ยาป้องกันได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด

เป็นภาวะที่พบบ่อยในปัจจุบัน หมายถึงการเจ็บครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุทั้งหมด ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปากมดลูกอ่อนแอ การติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ หรือพบบ่อยในคุณแม่ที่ติดสารเสพติด เป็นต้น
คุณแม่มักมีอาการ เจ็บครรภ์ ท้องแข็ง บางรายอาจมีอาการคล้ายปวดประจำเดือน น้ำเดิน มีมูกหรือเลือดออกจากช่องคลอด
หากมีอาการเหล่านี้และได้รับการวินิจฉัยเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด หมอมักจะให้นอนโรงพยาบาลเพื่อให้ยากระตุ้นปอดทารกและให้ยายับยั้งการคลอด เพื่อยื้อเวลาให้ได้นานที่สุดอย่างน้อยจนถึงอายุครรภ์ 34 สัปดาห์
 
ทั้งหมดข้างต้นคือโรคหรือภาวะที่พบได้บ่อยขณะตั้งครรภ์ จะเห็นได้ว่าเกือบทุกโรคหรือภาวะต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถป้องกันและดูแลรักษาได้
สิ่งสำคัญคือ การฝากครรภ์ ที่แนะนำให้คุณแม่เริ่มตั้งแต่ทราบว่าท้องเพื่อรับการตรวจคัดกรอง ป้องกัน และดูแลรักษาโดยแพทย์ ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องสังเกตอาการสัมพันธ์กับโรคหรือภาวะต่าง ๆ หมั่นซักถามคุณหมอเมื่อมีโอกาส และรีบไปโรงพยาบาลหากสังเกตพบอาการผิดปกติตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
 
นอกจากการฝากครรภ์แล้ว คุณแม่ควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอาการแพ้ท้องที่พบได้บ่อย เรามีเคล็ดลับปราบอาการแพ้ท้อง เตรียมความพร้อมสำหรับคุณแม่ในการรับมือ
เพียงเท่านี้คุณแม่ก็จะปลอดภัยและห่างไกลจากโรคหรือภาวะต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบในขณะตั้งครรภ์แล้วครับ
 
ขอบคุณ คุณหมอตั้ว (นพ.ตรีภพ เลิศบรรณพงษ์)

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

© 2016 DSG International (Thailand) PLC. All rights reserved.