บทความน่าเลิฟ
สำหรับคุณแม่

อาหารที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยง

          คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน ก็คงอยากให้ลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกมีสุขภาพดี สมบูรณ์แข็งแรง จึงไม่ควรละเลยช่วงเวลาสำคัญที่จะสามารถบำรุงร่างกายของคุณแม่ เพื่อสร้างพื้นฐานการเจริญเติบโตที่ดีของทารก นั้นก็คือ ช่วงขณะตั้งครรภ์ ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องดูแลร่างกายของคุณแม่ โดยเฉพาะเรื่องการกินเป็นพิเศษ เพราะอาหารบางอย่าง กินแล้วส่งผลดีต่อร่างกายแม่ลูก แต่ก็มีอาหารบางชนิดที่ไม่ควรรับประทานจนถือเป็นข้อห้ามคนท้อง เพราะส่งผลเสียทั้งกับแม่และทารกในครรภ์ ทั้งยังอาจเป็นสื่อนำเชื้อโรค แบคทีเรีย เข้าสู่ร่างกาย ส่งผลรุนแรงได้ถึงขั้นมีอาการแท้งบุตร คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เมื่อคุณแม่ดื่มแอลกอฮอล์ สารนี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และไหลเข้าสู่ตัวลูกผ่านทางสายสะดือ ส่งผลเสียให้ทารกในครรภ์มีโอกาสคลอดก่อนกำหนด พิการแต่กำเนิด ศีรษะจะเล็กกว่าปกติ ร่างกายไม่เจริญเติบโต คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงอย่างมาก จิบเพียงนิดก็ไม่ควรค่ะ

2. เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ โอเลี้ยง ช็อกโกแลต คาเฟอีนจากเครื่องดื่มเหล่านี้ สามารถดูดซึมจากร่างกายของแม่ผ่านสายสะดือไปสู่ทารกได้ และรบกวนการนอนของทารกแม้จะอยู่ในครรภ์ก็ตาม นอกจากนี้ การดื่มชาแก่ๆ ทำให้ท้องผูกได้ง่าย จึงควรเลี่ยงเพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติ อีกทั้งสารแทนนิน (tannin) ที่มีอยู่ในชายังขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก และที่ไม่ควรดื่มเลย คือ ชาดอกคำฝอย เพราะชาชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อคุณแม่ แต่สามารถดื่มหลังคลอดได้นะคะ เพราะเป็นตัวช่วยในการขับน้ำคาวปลาได้

3. เนื้อสัตว์ประเภทที่ผ่านการถนอมอาหารแล้ว เช่น ไส้กรอก แฮม โบโลน่า รวมทั้งอาหารสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องทั้งหลาย เพราะมีส่วนผสมของสารกันเสีย ทั้งยังแต่งสี แต่งกลิ่นค่อนข้างมาก ไม่เป็นผลดีต่อการตั้งครรภ์ แนะนำเป็นอาหารปรุงสุกใหม่ๆ เพื่อรับคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วนและไม่มีการปนเปื้อน นอกจากนี้ ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรกินอาหารที่ปรุงรสแต่น้อย ไม่กินรสจัด เลี่ยงการใส่ผงชูรส เพื่อให้ระบบการย่อยอาหารทำงานอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

4. ปลาดิบ แม้ว่าคุณแม่จะชื่นชอบขนาดไหน แต่ในช่วงตั้งครรภ์ขอให้อดทนไว้หน่อย เพราะปลาดิบที่ไม่สดเพียงพอ อาจจะเป็นที่อยู่อาศัยของพยาธิหรือปรสิตที่อาจะส่งผลร้ายต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ แต่ถ้าอดทนไม่ไหวจริงๆ ขอให้เลือกร้านที่ สด สะอาด ไว้ใจในคุณภาพได้จริงๆ นะคะ  

5. สลัดที่ทำตามร้านอาหาร เช่น สลัดแฮม สลัดไก่ จริงอยู่ที่ผักผลไม้เป็นอาหารของคนท้องมาโดยตลอด แต่ถ้าผักตามร้านอาหารนั้นอาจมีการเตรียมที่ไม่สะอาดเพียงพอ หรือถูกปรุงเอาไว้นานเกินไป ก็อาจจะก่อให้เกิดโทษได้ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปนเปื้อนของเชื้อลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) เพิ่มโอกาสแท้งในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่จึงควรกินสลัดที่เตรียมสดใหม่ ทำเองที่บ้านจะดีที่สุด

6. ชีสชนิดนุ่ม อาทิ มอสซาเรล่า เฟต่า รีคอตต่า ชีสนมแพะ  ถึงแม้ชีสเหล่านี้จะอุดมไปด้วยแคลเซียม และวิตามินที่สำคัญหลายชนิด แต่ด้วยชีสเหล่านี้มีลักษณะเป็นชีสสด ทำให้มีโอกาสเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อ อีโคลาย และ ลิสเทอริโอซิส ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และคุณลูก

7. อาหารที่กินแล้วแพ้ สำคัญมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในครอบครัวที่มีประวัติการแพ้อาหาร ด้วยว่าหากคุณพ่อคุณแม่มีอาการภูมิแพ้อยู่แล้ว ลูกที่เกิดมามีโอกาสในการเป็นภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้นถึง 60% แม้เรื่องพันธุกรรมจะเลี่ยงไม่ได้ แต่เราช่วยได้เรื่องอาหารการกินค่ะ คุณแม่จึงควรระมัดระวังอย่ากินอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายมากเกินไป เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัว ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์จากนม แป้งสาลี เพราะอาจจะทำให้ลูกได้สัมผัสกับสิ่งก่อภูมิแพ้เหล่านี้ก่อนกำหนด

          จะเห็นได้ว่าอาหารที่คนท้องห้ามกินนั้น บางเมนูก็เป็นอาหารที่เราเข้าใจกันว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็กลับส่งผลเสียได้ เรื่องการกินจึงเป็นสิ่งที่คุณแม่จะต้องระมัดระวังมากๆ หากไม่แน่ใจในอาหารที่รับประทาน แนะนำให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณหมอนะคะ เนื่องจากอาหารที่คุณแม่ควรและไม่ควรกินบางชนิดก็มาจากความเชื่อที่ผิด อาทิ ความเชื่อที่ว่าคนท้องห้ามกินน้ำมะพร้าว ทั้งที่จริงแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ดี เราขอแนะนำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ พยายามทานอาหารให้หลายหลาย เพราะการรับประทานอาหารที่ถึงแม้จะมีประโยชน์เพียงชนิดเดียวซ้ำๆ เช่น ทานไข่ทุกวัน อาจจะทำให้สมดุลของการรับประทานอาหารเสียไป จึงควรกินอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะโดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อทารกในครรภ์เป็นหลัก Baby Love ขอเอาใจช่วยคุณแม่ที่ท้องอยู่ทุกท่านค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.babycenter.com และ http://www.foodsafety.gov

 

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

© 2016 DSG International (Thailand) PLC. All rights reserved.