บทความน่าเลิฟ
สำหรับคุณแม่

อาการต้องระวังเมื่อเริ่มตั้งครรภ์

คุณแม่ส่วนใหญ่จะมีความสุขมากเมื่อทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่หลังจากนั้นการตั้งครรภ์มักจะสร้างความกังวลใจให้คุณแม่เป็นระยะ ๆ

ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะมีความกังวลใจและถามหมออยู่เสมอคือ การตั้งครรภ์ครั้งนี้ปกติหรือเปล่าคะ คำถามนี้ตอบยากจริง ๆ ครับ

อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะโดยธรรมชาติ การตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ในคุณแม่ที่ไม่มีความเสี่ยงมักจะปกติ มีเพียงคุณแม่ส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจเกิดการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากอายุของคุณแม่ที่มากขึ้นหรือโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้ไม่ดีนัก เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคของต่อมไทรอยด์ หรือโรค SLE เป็นต้น

อย่างไรก็ตามเมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มีอาการที่ต้องพึงระวังเพียงไม่กี่อาการ ซึ่งสะท้อนถึงการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ ที่สำคัญ ได้แก่

อาการเลือดออก เป็นอาการที่สำคัญและพบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ สาเหตุของอาการเลือดออกสามารถเกิดได้จากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น การแท้งบุตร ท้องลม ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ครรภ์ไข่ปลาอุก หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นต้น บางภาวะสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตกเลือดในช่องท้องจนเสียชีวิตได้ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ เช่น รอยโรคที่ช่องคลอด หรือปากมดลูก เป็นต้น ดังนั้นแม้จะมีอาการเลือดออกเพียงน้อยนิดก็เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่จะต้องไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของอาการเลือดออกดังกล่าว

อาการแพ้ท้อง เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงมากจนกระทบสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ และมักจะมีความรุนแรงมากที่สุดเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 2-3 เดือน โดยธรรมชาติอาการแพ้ท้องจะหายไปได้เองเมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ และในปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาอาการแพ้ท้องที่มีประสิทธิภาพดี ยาที่คุณแม่ส่วนใหญ่รับประทานจึงเป็นเพียงยาบรรเทาอาการเพื่อให้ความรุนแรงของโรคลดลงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากอาการแพ้ท้องมีความรุนแรงมากจนทำให้คุณแม่มีน้ำหนักลดลงมากผิดปกติ กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้จนเกิดอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาลึกโบ๋ ซึมลง หรือรบกวนชีวิตประจำวันจนไม่สามารถทำงานได้ แนะนำให้รีบไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยโรคที่แน่นอน เนื่องจากอาการแพ้ท้องที่รุนแรงดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์ผิดปกติ ที่พบบ่อย ได้แก่ อาการแพ้ท้องชนิดรุนแรง การตั้งครรภ์แฝด และการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก

การสังเกตและเฝ้าระวังอาการผิดปกติในระยะแรกของการตั้งครรภ์ รวมทั้งไปพบคุณหมอแต่เนิ่น ๆ จะทำให้สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของการตั้งครรภ์และให้การป้องกันหรือให้การรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ผิดปกติ อีกทั้งยังช่วยลดความกังวลใจของคุณแม่ หากคุณหมอประเมินแล้ว ไม่พบความผิดปกติที่รุนแรง และสามารถประคับประคองการตั้งครรภ์ต่อไปได้

ขอบคุณบทความจาก ผศ. นพ.ตรีภพ เลิศบรรณพงษ์ สูตินรีแพทย์

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

© 2016 DSG International (Thailand) PLC. All rights reserved.