ในช่วงฤดูฝน คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมรับมือกับโรคต่าง ๆ ที่มักจะระบาดมากในช่วงนี้ ซึ่งหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก ก็คือ โรคไข้ออกผื่น
โรคไข้ออกผื่นนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่ละโรคก็มีลักษณะของผื่นที่แตกต่างกันออกไป และหนึ่งในโรคที่มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสคล้ายกันมากจนคุณแม่หลายอาจเข้าใจผิด นั่นก็คือ โรคอีสุกอีใส และมือเท้าปาก
“ลูกมีไข้ แล้วเริ่มมีผื่นขึ้น… แบบนี้คืออีสุกอีใส หรือมือเท้าปากกันนะ?”
แม้จะเป็นโรคติดต่อที่เกิดไวรัสเหมือนกัน แต่ทั้ง 2 นี้ เป็นคนละโรคกัน เกิดจากไวรัสคนละชนิด มีความแตกต่างกันในเรื่องของตำแหน่งผื่น อาการร่วม การดูแล และการป้องกันการแพร่เชื้อ
โรคอีสุกอีใส (chickenpox) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อ varicella-zoster virus (VZV) โรคนี้มักพบในเด็กแต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต แต่ไวรัสอาจกลับมาก่อโรคงูสวัดในภายหลังได้
การแพร่กระจาย เชื้ออีสุกอีใสสามารถแพร่กระจายผ่าน…
- ทางอากาศที่มีละอองฝอยจากการไอ จาม ของคนป่วยที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป
- สัมผัสกับของเหลวจากตุ่มน้ำของผู้ป่วย
- สัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสของคนป่วยปนเปื้อน
อาการของโรคอีสุกอีใส มี 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะเริ่มต้น จะมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามตัว และเบื่ออาหาร
- ระยะตุ่มน้ำ เจ้าตัวน้อยจะมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย และพัฒนาเป็นตุ่มน้ำใส อาจรู้สึกคันมาก กระจายไปทั่วร่างกาย ใบหน้า ลำตัว รวมถึงหนังศีรษะ และปาก ลักษณะเฉพาะของผื่นที่เป็นจากโรคอีสุกอีใสก็คือการที่มีผื่นหลายระยะอยู่ด้วยกัน (Multistage) คุณแม่จะเห็นทั้งผื่นที่เป็นจุดแดง ๆ เริ่มต้น เริ่มกลายเป็นตุ่มน้ำใสบนพื้นแดง และแตกออกกลายเป็นสะเก็ด อยู่รวม ๆ กัน
- ระยะตกสะเก็ด ภายในไม่กี่วันตุ่มน้ำจะแตกออกและเริ่มแห้งกลายเป็นสะเก็ด ซึ่งจะหลุดออกไปเองภายใน 7 -10 วัน โดยไม่มีแผลเป็น หากลูกน้อยไม่มีการเกาอย่างรุนแรง
ภาวะแทรกซ้อนของโรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่จะหายเองได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่อาจพบได้ คือ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง จากการเกาตุ่มน้ำจนเป็นแผล
- งูสวัด ไวรัสจะแฝงตัวในร่างกายและทำให้เกิดงูสวัดในอนาคต
- ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแต่พบได้น้อย เช่น ปอดอักเสบจากไวรัส ซึ่งอาจพบได้ในผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะสมองอักเสบ
การรักษา โรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่สามารถหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาต้านไวรัส (แต่บางรายคุณหมออาจพิจารณาการให้ยาต้านไวรัสอีสุกอีใสซึ่งจะให้ตามข้อบ่งชี้โดยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป) ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาบรรเทาตามอาการ พักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ทายาลดอาการคัน เช่น คาลาไมน์โลชั่น หรือยาแก้แพ้เพื่อช่วยลดการคันและป้องกันการเกา
การป้องกันการแพร่กระจายโรค แยกผู้ป่วยออกจากผู้อื่นจนกว่าตุ่มน้ำจะแห้งสนิทและไม่มีตุ่มใหม่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และล้างมือบ่อย ๆ
วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคอีสุกอีใส ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการหากติดเชื้อ
- เด็ก ควรได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุ 12 - 18 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 18 เดือน - 4 ปี โดยห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน
- ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส ควรได้รับวัคซีน 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์
โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot and Mouth Disease (HFM)) เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม enteroviruses ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ดังนี้
- สายพันธ์ที่ก่อโรค HFMD มือเท้าปาก ได้แก่ coxsackievirus group A, type 16 (พบบ่อย) และ group A type 4, 5, 9 และ 10 group B type 2 และ 5 และ enterovirus 71
- สายพันธ์ที่ก่อโรค Herpangina ได้แก่ coxsackievirus, group A, type 1-10; 16 และ 22 และ enterovirus 71
โรคมือ เท้า ปาก ติดต่อกันได้อย่างไร
- ได้รับเชื้อผ่านทางปากโดยตรงจากมือที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของคนป่วยหรือผู้ติดเชื้อ
- หายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายจากละอองฝอยของการไอ จาม ของผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ
- ระยะฟักตัว 3-5 วัน
- เช็กอาการของโรคมือ เท้า ปาก ให้เจ้าตัวน้อย
- มีไข้สูงเฉียบพลัน 38-39 °c
- เจ็บคอ ไม่อยากอาหาร
- คลื่นไส้ อาเจียน
- งอแง ร้องกวน
- เริ่มปรากฏตุ่มน้ำใสในช่องปากปากและลําคอ
- มีผื่นแต่ไม่คัน และอาจมีตุ่มน้ำใส หรือตุ่มนูนเล็ก ๆ บนฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือผื่นบริเวณก้น
โดยปกติอาการของโรคมือ เท้า ปาก มักไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายใน 7 - 10 วัน
การรักษาโรคมือ เท้า ปาก ปัจจุบันยังไม่มียารักษา โรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะ จะเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งหากอาการไม่รุนแรง เช่น
- หากลูกมีไข้ สามารถให้กินยาลดไข้ หรือเช็ดตัวเพื่อลดไข้
- หากมีอาการคันมาก สามารถกินยาแก้แพ้
- หากลูกมีอาการที่รุนแรงขึ้น ได้แก่ ซึม ไม่รู้สึกตัว กินอาหารไม่ได้ อ่อนเพลียมาก ปากแห้ง มีอาการขาดน้ำรุนแรง ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วน
การป้องกันการแพร่กระจายโรค
- แยกผู้ป่วยออกจากผู้อื่นจนกว่าจะไข้ลง ตุ่มน้ำจะแห้งสนิทและไม่มีตุ่มใหม่เกิดขึ้น แผลในปากหายจนหมด
- หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และล้างมือบ่อย ๆ
- เชื้อถูกทำลายได้โดย
- แสงอัลตราไวโอเลต
- การอยู่ในสภาพที่แห้งเชื้อจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
- เชื้อสามารถถูกทำลายโดยการต้มที่ 50 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที
แต่เชื้อจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายวันในอุณหภูมิห้องและเมื่ออยู่ในสภาพที่มีโปรตีนผสมอยู่ด้วย เช่น ในน้ำนม ไอศกรีม หรือครีม จะมีชีวิตอยู่นานกว่าในน้ำ ดังนั้นการทำให้น้ำนมปราศจากเชื้อ โดยวิธีการพาสเจอไรซ์สามารถทำลายเชื้อได้
4. การกำจัดเชื้อ ทำได้โดยใช้ฟอร์มาลินขนาด 0.3% คลอรีนผสมน้ำ 0.1 ppm, (part per million) จะสามารถทำลายเชื้อได้ หากต้องการทำลายเชื้อในอุจจาระจะต้องใช้คลอรีนที่เข้มข้นมากกว่านี้ และเชื้อนี้ค่อนข้างทนทาน จะไม่ถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ ที่ใช้ทั่วไป
วัคซีนป้องกันโรค มือ เท้า ปาก มีเพียงชนิดเดียว คือ วัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 (EV71 Vaccine) ซึ่งจะช่วยป้องกันสายพันธุ์อันตรายอย่าง EV71 ได้เพียงสายพันธุ์เดียว ไม่ช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของสายพันธุ์อื่น โดยฉีดจำนวน 2 เข็ม ห่างเข็มละ 1 เดือน ฉีดได้ในเด็กอายุ 6 เดือนจนถึงก่อน 6 ปี
| โรคอีสุกอีใส | โรคมือ เท้า ปาก | |
|---|---|---|
| เชื้อก่อโรค | ไวรัส varicella-zoster virus: VZV) | ไวรัสกลุ่ม Enterovirus |
| การติดต่อ |
|
|
| อายุ | พบได้ในทุกวัย ส่วนใหญ่เป็นครั้งเดียวในชีวิต (มีส่วนน้อยที่เป็นมากกว่า 1 ครั้ง) | มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สามารถเป็นได้หลายครั้ง |
| ระยะฟักตัว | 7 - 20 วัน | 3 - 5 วัน |
| ไข้ | ไข้ต่ำถึงปานกลาง (37.5 - 38.5 °C) บางรายไข้สูง | ไข้สูง 38-39 °C ใน 1 - 2 วันแรก |
| ผื่น |
|
ตุ่มน้ำใสมักพบมากบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ข้อศอก เข่า บริเวณก้น บางครั้งตุ่มน้ำอาจรวมตัวกันเป็นตุ่มน้ำใหญ่ มีแผลในปาก บริเวณรอบปาก และในลำคอ |
| อาการเด่น | คันบริเวณผื่นมาก | เจ็บคอมาก ไม่กินอาหาร ร้องงอแง |
| วัคซีน | มีวัคซีนป้องกันโรค | มีวัคซีนป้องกันเพียงชนิดเดียว คือ วัคซีน EV71 |
ขอบคุณข้อมูลจากคุณหมอแอน พญ.ปิยะรัตน์ เลิศบรรณพงษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
วันที่สร้าง 23/06/2026













