ลูกพูดช้าผิดปกติไหม? เช็กพัฒนาการทางภาษา พร้อมวิธีกระตุ้น

เขียนโดย คุณหมอแอน พญ.ปิยะรัตน์ เลิศบรรณพงษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ลูกพูดช้าผิดปกติไหม? เช็กพัฒนาการทางภาษา พร้อมวิธีกระตุ้น ลูกพูดช้าผิดปกติไหม? เช็กพัฒนาการทางภาษา พร้อมวิธีกระตุ้น ลูกพูดช้าผิดปกติไหม? เช็กพัฒนาการทางภาษา พร้อมวิธีกระตุ้น
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเกิดความกังวลเมื่อลูกน้อยยังไม่พูดหรือลูกพูดช้ากว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน และเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น จนทำให้เป็นกังวลว่าลูกน้อยผิดปกติหรือไม่ แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าบางครั้ง การพูดช้าไม่ได้แปลว่าลูกผิดปกติเสมอไป เด็กแต่ละคนอาจมีจังหวะพัฒนาการไม่เท่ากัน การสังเกตสัญญาณความผิดปกติอื่น ๆ และช่วยกระตุ้นอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการสมวัยได้

ลูกพูดช้าแบบไหนถึงผิดปกติ?

ทางการแพทย์นิยาม ‘ลูกพูดช้า’ (Delay speech) แบบไหนถึงผิดปกติจริง ๆ ไว้ว่า
  • เด็กอายุ 2 ปี ลูกยังพูดเป็นคำที่มีความหมายไม่ได้เลย หรือพูดได้แค่คำศัพท์คำเดียว หรือสื่อสารกับคนอื่น ๆ ไม่ได้
  • เด็กอายุ 3 ปี เจ้าตัวน้อยยังพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ไม่ได้
แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตพัฒนาการที่อาจส่งสัญญาณผิดปกติมาก่อนได้ โดยไม่ต้องรอจน 2 ขวบ แล้วค่อยปรึกษาแพทย์นะคะ

พัฒนาการทางภาษาของลูกแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร?

การพัฒนาทางภาษานั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ทาง คือ การพูด และการรับฟัง ซึ่งจะต้องพัฒนาควบคู่กันไป แล้วการพูดจำเป็นต้องอาศัยอะไรบ้าง มาดูกัน
  • อวัยวะรับสัมผัสการรับรู้ที่เป็นปกติ ได้แก่ หูและตา ที่มองเห็นและได้ยินเป็นปกติ
  • สมอง รับสัญญาณจากหูและตา แปลงเป็นข้อมูล จากนั้นสมองก็จะต้องนึกคำพูดที่อยากพูดแล้วส่งสัญญาณออกไป
  • อวัยวะที่เกี่ยวกับการแสดงออก เช่น กล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่ควบคุมการเปล่งเสียงผลิตคำพูดออกมา
ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติของขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง หรือหลายขั้นตอนย่อมส่งผลถึงการพูดของเจ้าตัวน้อย

ลูกวัย 1 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

พัฒนาการทางด้านภาษาตั้งแต่แรกเกิด ก็คือ การส่งเสียงร้องไห้
  • การรับรู้ ลูกจะสะดุ้ง ขยับตัว กระพริบตาหรือร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงดัง
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก ร้องไห้เมื่อหิว หรือรู้สึกไม่สบายตัว

ลูกวัย 2 - 3 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

  • การรับรู้ เมื่อเจ้าตัวน้อยได้ยินเสียงคุณแม่ใกล้ ๆ เด็กจะยิ้มหรือนิ่งฟัง
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก ลูกจะส่งเสียงอ้อแอ้ เหมือนพยายามพูดคุยกับคุณแม่ ทำเสียงอ้อแอ้เมื่อพึงพอใจ

ลูกวัย 5 - 6 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

  • การรับรู้ ลูกจะหันไปมองยังที่มาของเสียงที่ไม่ดังนัก
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก เจ้าตัวเล็กจะเล่นเสียงทีละพยางค์ กากา อาคา เริ่มเล่นเสียงต่าง ๆ เล่นน้ำลายเป่าปาก ส่งเสียงจากลำคอ

ลูกวัย 9 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

  • การรับรู้ เจ้าตัวซนทำตามคำสั่งได้ เช่น บ๊ายบาย หยุดเล่นเมื่อถูกสั่งห้าม เช่น เมื่อคุณแม่พูดคำว่า อย่า
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก ลูกทำเสียงโต้ตอบไม่เป็นภาษาเมื่อมีคนมาพูดด้วย เลียนแบบการเล่นเสียงของคนอื่น เลียนเสียงแปลก ๆ เช่น สุนัขเห่า จิ้งจกร้อง

ลูกวัย 12 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

  • การรับรู้ ลูกจะหันไปหาเมื่อเรียกชื่อ เข้าใจคำพูดที่ได้ยินบ่อย ๆ เช่น เอา ไม่เอา
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก เริ่มพูดคำที่มีความหมายได้ 2 - 3 คำ เช่น แม่ หม่ำ ไป

ลูกวัย 18 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

  • การรับรู้ เจ้าตัวน้อยจะชี้อวัยวะได้ 1 - 3 แห่ง เข้าใจศัพท์ได้ 50 คำ
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก ลูกสามารถพูดคำที่มีความหมายได้ 10 - 20 คำ เช่น หมา แมว

ลูกวัย 24 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาอย่างไร?

  • การรับรู้ เจ้าตัวน้อยจะชี้อวัยวะได้ 5 อย่าง เข้าใจคำถาม ทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เช่น ไปเอาของเล่นสิลูกมา นั่งลง
  • การสื่อสารด้านการแสดงออก พูดคำที่มีความหมายได้ 50 - 400 คำ จะเริ่มพูดคำที่มีความหมาย 2 คำติดกัน เป็นวลีสั้น ๆ ไปไหน ไม่เอา แล้วก็จะเริ่มขึ้นเป็นประโยคยาว ๆ ได้ประมาณ 3 - 4 ขวบ

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาให้กับเจ้าตัวน้อยได้

ลูกพูดช้ามีสาเหตุจากอะไร? มาดูกัน!

ลูกน้อยมีปัญหาด้านพัฒนาการการได้ยิน
มีการได้ยินบกพร่อง เช่น การไม่ได้ยิน หรือหูหนวก ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ภาษาจากการฟังได้

ภาวะออทิสติก
เกิดจากความบกพร่องด้านการสื่อสารสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่เข้าใจคำสั่ง ความรู้สึกไวหรือช้าจนเกินไป ส่งเสียงหรือพูดไม่เป็นภาษา มีพฤติกรรมซ้ำ ๆ รวมถึงมีปัญหาต่อการตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัว โดยจะมีความบกพร่องในเรื่องของการใช้ภาษาการสื่อสารกับผู้อื่น ทางการพูด หรือการสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด

ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Mental retard/Global delay development)
หรือภาวะปัญญาอ่อน ลูกน้อยจะมีการพัฒนาล่าช้าในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่เฉพาะทางด้านการพูดหรือภาษา เช่น อาจจะมีพัฒนาการกล้ามเนื้อช้า ไม่สามารถนั่ง หรือยืนได้ตามอายุปกติ

พัฒนาทางภาษาผิดปกติ (Developmental language disorder - DLD)
หรือความบกพร่องเฉพาะด้านภาษา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่มีพัฒนาการทางภาษาด้านการพูดช้ากว่าวัยเพียงอย่างเดียว (Isolated expressive language disorder) จะเริ่มพูดช้ากว่าวัยเดียวกัน แต่เมื่อพูดได้จะสามารถสื่อสารและเรียนรู้ได้ทันเด็กวัยเดียวกัน
  • กลุ่มที่มีความผิดปกติของพัฒนาการทางภาษาที่มีการแสดงออกและความเข้าใจภาษาล่าช้า (Mix receptive-expressive language disorder) จะมีความล่าช้าในการเรียนรู้และเข้าใจในคำศัพท์ อาจใช้ศัพท์ไม่ถูกความหมาย พูดสลับคำในประโยคที่ยาวหรือซับซ้อน
  • กลุ่มที่มีความผิดปกติของพัฒนาการของสมองชั้นสูงในการใช้ภาษา (Higher order processing disorder) จะมีความบกพร่องในการใช้คำศัพท์และการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมกับกาละเทศะ ซึ่งส่งผลต่อการเข้าสังคมและการสื่อสารกับผู้อื่น

ขาดการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสม
เช่น อาจเกิดจากผู้เลี้ยงดูพูดคุยสื่อสารกับเด็กน้อยเกินไป เพราะพัฒนาการทางภาษาของเจ้าตัวน้อยไม่สามารถเกิดขึ้นได้เอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ลูกมีโอกาสที่จะได้ยินคำพูดของผู้ใหญ่แล้วเปล่งเสียงตาม ถ้าไม่มีการได้ยินคำพูดเจ้าตัวน้อยก็จะไม่สามารถพูดได้

  • เลี้ยงลูกด้วยหน้าจอ ให้ลูกดูแต่ทีวี หรือเล่นมือถือเป็นเวลานานมากเกินไปเพื่อให้เขาอยู่นิ่ง ๆ เพราะหน้าจอเป็นการสื่อสารทางเดียวจะเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กยิ่งพูดช้า ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกมีอาการสมาธิสั้นได้อีกด้วยนะคะ
  • ปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว ขาดการฟังและการสื่อสาร
  • ตอบสนองลูกก่อนจะร้องขอ หรือทำอะไรให้ลูกมากเกินไป เจ้าตัวน้อยจึงไม่มีโอกาสได้พูดสื่อสารถึงความต้องการของตัวเองว่าต้องการอะไร
  • พูดสื่อสารไม่เหมาะกับช่วงวัยของเด็ก เช่น ใช้ประโยคที่ยากหรือยาว และพูดเร็วมากเกินที่ลูกจะเรียนรู้หรือเข้าใจได้ หรือใช้หลายภาษาในครอบครัว

มีประวัติในครอบครัวมีญาติที่เคยพูดช้า
จะมีความบกพร่องเฉพาะการพูดอย่างเดียว พอเริ่มพูดได้ก็จะพูดเป็นปกติ

ลูกพูดช้าแบบไหนเป็นสัญญาณเตือน?

หากคุณพ่อคุณแม่ได้สังเกตพัฒนาการของลูกน้อยตามช่วงอายุข้างต้นแล้ว พบว่าลูกน้อยไม่สามารถสื่อสารตามพัฒนาการที่ควรจะเป็นได้ (Red flag signs) เช่น

  • ลูกแรกเกิด - 4 เดือน ไม่ตอบสนองต่อเสียงในช่วงที่เด็กกำลังตื่นดี
  • ลูกวัย 5 - 7 เดือน ส่งเสียงน้อย หรือไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ โต้ตอบกับผู้เลี้ยงดู
  • ลูกวัย 9 - 12 เดือน ไม่หันหาเสียง ไม่ส่งเสียงเลียนแบบพยัญชนะอื่น นอกจากเสียง ‘อ’ เด็กไม่ส่งเสียงพูด ไม่หันมาทางเสียง ไม่เลียนแบบพฤติกรรมหรือเสียงที่ได้ยิน
  • ลูกวัย 15 เดือน ไม่พูดคำที่มีความหมาย อย่างน้อย 1 คำ
  • ลูกวัย 18 เดือน ไม่เข้าใจหรือทำตามคำสั่งอย่างง่าย ไม่พูดคำที่มีความหมาย 3 คำ
  • ลูกวัย 2 ปี ไม่พูดคำที่มีความหมายต่างกัน 2 คำต่อเนื่องกัน พูดคำศัพท์น้อยกว่า 50 คำ
  • ลูกวัย 2 ปีครึ่ง ไม่พูดเป็นวลียาว 3 - 4 คำ ยังทำเสียงไม่เป็นภาษา
  • ลูกวัย 3 ปี ไม่พูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์ คนรอบข้างฟังภาษาที่เด็กพูดส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ไม่พูดเป็นประโยค ไม่เล่นสมมติง่าย ๆ และไม่สนใจเด็กคนอื่น
  • ลูกวัย 4 ปี เล่าเรื่องสั้น ๆ ไม่ได้ คนรอบข้างยังฟังภาษาที่ลูกพูดไม่เข้าใจเกินร้อยละ 25

หากมีภาวะดังกล่าวควรรีบพาเจ้าตัวน้อยเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ และหาทางรักษาต่อไป

พ่อแม่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาให้ลูกได้อย่างไร?

การสังเกตพัฒนาการลูกอย่างใกล้ชิด และช่วยกระตุ้นอย่างเหมาะสมโดยไม่ทำให้เจ้าตัวน้อยเกิดความรู้สึกกดดัน ส่วนแนวทางในการกระตุ้นพัฒนาการที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำเองได้ คือการพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ โดยเทคนิคง่าย ๆ ใช้คำถามสั้น ๆ เข้าใจง่ายให้ลูกโต้ตอบ หรือการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อ่านนิทานหรือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ก็จะช่วยกระตุ้นการพูดและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนานให้กับลูกน้อย

นอกจากนี้การให้ความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ และการเอาใจใส่ ไม่ปล่อยปละละเลยลูกก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีสมวัยค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจากคุณหมอแอน พญ.ปิยะรัตน์ เลิศบรรณพงษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ติดตามเราได้ที่ :

Facbook Babylove Youtube Babylove IG Babylove subscribe

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

© 2016 DSG International (Thailand) PLC. All rights reserved.