บทความน่าเลิฟ
สำหรับคุณแม่

มหัศจรรย์เสียงดนตรี กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์

          ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่คนไหนก็คงอยากให้ลูกน้อยเกิดมาเฉลียวฉลาด มีสมองที่สมบูรณ์ พร้อมเรียนรู้และเจริญเติบโตทางความคิดตามวัย เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกน้อย นอกจากจะดูแลครรภ์อย่างเหมาะสม การกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ

          เนื่องจากช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์ เซลล์สมองจะเริ่มเพิ่มจำนวนและขนาด เกิดเป็นเนื้อสมองและเส้นใยประสาทจำนวนมากและเติบโตขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ ตั้งแต่ลูกน้อยในครรภ์มีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ จนถึงคลอดออกมาแล้วมีอายุ 2 ขวบ หลังจากนั้นพัฒนาการของสมองก็จะลดลง ดังนั้น จังหวะทองที่จะกระตุ้นพัฒนาลูกน้อยจึงควรเป็นช่วงเวลาดังกล่าว โดยวิธีการหนึ่งที่มีการค้นพบแล้วว่า สามารถใช้กระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ก็คือการใช้ “ดนตรี” ซึ่งเป็นสื่อสร้างสรรค์แสนมหัศจรรย์สำหรับทุกคนนี่เองค่ะ

          จากงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ได้มีการทดลองโดยการเปิดเสียงดนตรีให้คุณแม่ตั้งครรภ์ฟังเป็นประจำทุกวัน ผลการวิจัยพบว่า เด็กที่คลอดออกมามีพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองทางด้านความจำดีกว่าเด็กทั่วไป อีกทั้งยังมีอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส ไม่งอแง สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปอีกด้วย

          ทั้งนี้ระบบประสาทการรับฟังของลูกน้อยในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน ในช่วงนี้เราจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ของคุณพ่อคุณแม่กับลูกโดยใช้เสียงได้ โดยเสียงที่ผ่านน้ำคร่ำจะเดินทางได้อย่างรวดเร็วเป็น 4 เท่าของทางอากาศ และส่งผลต่อประสาทรับรู้ทางหูซึ่งจะช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาท ช่วยประสาทรับรู้เรื่องความจำ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาภาษาขั้นพื้นฐานสำหรับลูกอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับลูก อ่านกลอน ร้องเพลงให้ฟัง หรือการให้ลูกในครรภ์ฟังเพลง ก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยได้ทั้งสิ้นค่ะ 

 

           สำหรับเพลงคนท้องที่แนะนำคือ เพลงที่มีจังหวะ 60-80 บีทต่อนาที ซึ่งก็คือเพลงจังหวะช้าหรือปานกลาง จะเป็นเพลงบรรเลงหรือเพลงที่มีเนื้อร้องก็ได้ แต่ขอให้เป็นเพลงที่คุณแม่ชอบฟังด้วยค่ะ เพราะจากการศึกษาทางการแพทย์พบแล้วว่า คุณแม่ที่อารมณ์ดีอยู่เสมอจะทำให้ร่างกายมีการหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (endorphins) ออกมาและผ่านทางสายสะดือไปยังทารก ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฟังเพลงแล้วมีความสุข จึงมีผลดีต่อทารกในครรภ์ ในทางกลับกัน หากคุณแม่ไม่ชอบเพลงคลาสสิคแต่ฝืนฟังจนอึดอัด เกิดความเครียด ก็จะส่งผลต่อลูกเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี เพลงที่คุณแม่เลือกก็ควรเป็นเพลงที่ฟังสบาย ทั้งเนื้อหาและทำนอง และหลีกเลี่ยงการฟังเพลงที่มีเสียงสูงเกินไป หรือ เสียงดังเกินไปด้วยค่ะ  

           นอกจากเสียงดนตรีจะเป็นสิ่งวิเศษที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ได้ ยังสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ให้กับทั้งคุณพ่อคุณแม่และเจ้าตัวน้อยได้ด้วยนะคะ นอกจากการให้ลูกฟังเพลง คุณพ่อคุณแม่อาจร้องเพลงให้ลูกฟังไปด้วย หรือจะเต้นรำเบาๆ ร่วมกันโดยใช้มืออุ้มรับท้องเอาไว้ จากนั้นโยกย้ายส่ายตัวไปตามจังหวะเพลง ก็ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย สนุกสนานและได้ออกกำลังกายไปด้วย เมื่อลูกได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นแสนสุขเปี่ยมไปด้วยความรักเช่นนี้ ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะเกิดมาเป็นเด็กอารมณ์ดี เฉลียวฉลาด เป็นที่รักของทุกคนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.si.mahidol.ac.th และ http://www.manager.co.th และวิดีโอจาก Youtube : RelaxingMusic RomanticMusic 

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

© 2016 DSG International (Thailand) PLC. All rights reserved.