บทความน่าเลิฟ
สำหรับลูกน้อย

Q&A เคล็ดลับปรับตัวหลังคลอดสัปดาห์แรก

ช่วงสัปดาห์แรกถือเป็นช่วงที่คุณแม่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากการคลอด (ยิ่งคุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีผ่าตัด สัปดาห์แรกนี้ถือเป็นช่วงที่เจ็บแผลมากที่สุด) ส่วนคุณลูกก็ต้องปรับตัวอย่างมากหลังจากอยู่ในท้องคุณแม่มาเป็นเวลายาวนานถึง 9 เดือน ทั้งเรื่องการกิน การนอน การขับถ่าย รวมถึงต้องรอคอยให้อวัยวะหลายๆ ส่วนเติบโตแข็งแรงและทำงานได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ คุณแม่ต้องเตรียมพร้อมทั้งกายและใจเพื่อรับมือกับปัญหาแต่ละด่านไปให้ได้อย่างดีที่สุดค่ะ

เรามีเคล็ดลับการปรับตัวเพื่อรับมือกับเจ้าตัวน้อยในช่วงสัปดาห์แรกมาฝาก โดยได้รับความอนุเคราะห์จากคุณหมอแอน กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาช่วยตอบคำถามและให้คำแนะนำค่ะ


Q: ควรรับมืออย่างไรไม่ให้เกิดภาวะเครียดหลังคลอด?
A: หมอค้นพบว่า การที่คุณแม่ลดความคาดหวัง และรับรู้ปัญหาของการเลี้ยงดูลูกที่อาจเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณแม่มีสติในการแก้ปัญหาให้ผ่านไปได้ด้วยดี ช่วงแรกคุณแม่พักผ่อนน้อย อาจจะมีอารมณ์หงุดหงิดได้เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณแม่รู้ทันอารมณ์ตัวเองจะช่วยให้ควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ และอีกปัญหาที่เจอได้บ่อยคือการที่คุณแม่รู้สึกผิด ในสิ่งต่างๆได้ง่าย โดยเฉพาะกับลูกค่ะ


Q: น้ำนมยังไม่มาเต็มที่ ลูกดูดแล้วเหมือนยังไม่อิ่ม และหัวนมแตกควรทำอย่างไร?
A:  ถ้ามีปัญหาการให้นม เช่น หัวนมแตกเจ็บ ลูกร้องตลอดเวลาเหมือนไม่อิ่ม ควรหาคนให้คำปรึกษาโดยเร็วค่ะ เช่น กลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อประเมินการให้นมและรับคำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหา จะช่วยได้ดีที่สุดค่ะ อาการเจ็บที่หัวนมมักเกิดจากการดูดนมผิดวิธี ซึ่งจะค่อยๆดีขึ้นเมื่อลูกกับแม่เริ่มปรับตัวจนสามารถดูดนมได้ถูกวิธี นอกจากนี้ ไม่ควรยึดติดหรือกังวลกับปริมาณนมที่ลูกกินมากจนเกินไป ถ้าลูกดูดได้ดี หัวนมคุณแม่ไม่เจ็บ ลูกดูดแล้วหลับได้ ปัสสาวะ อุจจาระออกดี ก็เพียงพอแล้วค่ะ


Q: ถ้าลูกหลับยาวหลายชั่วโมง ต้องปลุกลูกมากินนมไหม?
A:  ช่วงอาทิตย์แรก ลูกจะนอนเยอะเป็นส่วนใหญ่ คุณแม่ต้องปลุกลูกตื่นมาทานนมทุก 3 ชั่วโมง เพราะลูกยังไม่สามารถหิวและตื่นมาทานนมได้ด้วยตัวเอง ถ้าปล่อยให้หลับยาวจะทานนมได้ไม่เพียงพอ ส่วนบางรายที่ลูกตื่นกินนมบ่อยทุก 1-2 ชั่วโมงนั้นถือว่าปกติค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะนอนไม่พอ เพราะลูกจะแอบงีบขณะดูดนมเป็นช่วงๆอยู่แล้ว 


Q: อุจจาระของลูกมีสีเขียว และถ่ายเหลวเหมือนท้องเสีย?
A:  เด็กแรกเกิดจะถ่ายอุจจาระเป็นสีเขียวในช่วงแรก หรือที่เรียกว่าถ่ายขี้เทา จากนั้นเมื่อทานนมแม่ได้ดีจะถ่ายกลายเป็นสีเหลืองทองออกเหลวๆ และจะถ่ายบ่อย 6-7ครั้งต่อวัน ถือเป็นภาวะปกติของเด็กแรกเกิด ไม่ใช่ท้องเสียแต่อย่างใดค่ะ และเรายังใช้อุจจาระเป็นตัวบอกว่าลูกทานนมได้เพียงพอหรือไม่อีกด้วย ถ้าทานได้ดี ลูกจะถ่ายบ่อยมาก ถ่ายเกือบทุกครั้งหลังทานนมเลยค่ะ และควรเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้งหลังถ่าย เพราะอุจจาระอาจสร้างความระคายเคืองให้กับผิวบริเวณก้น จนเกิดผื่นแพ้ได้ง่าย


Q: ลูกมีผื่นแดงๆ ขึ้นที่หน้าและตามตัว ควรทำอย่างไร?
A: ผิวเด็กแรกเกิดจะบอบบาง และมักจะมีผื่นปกติของเด็กแรกเกิดขึ้นได้ แต่จะหายไปได้เองในช่วง 1 อาทิตย์ เช่น ผิวลอก ตุ่มแดงจุดๆตามตัว ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหรือยาทานะคะ ให้อาบน้ำด้วยน้ำธรรมดาและสบู่เด็กวันละ 1-2 ครั้ง รวมถึงเปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีเมื่อเปียกชื้น 


Tips

ขอความช่วยเหลือ เมื่อรู้ตัวว่าเหนื่อยมากจนทนไม่ไหว คุณแม่ไม่ควรแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้ด้วยตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างบ้าง เพื่อหาเวลาให้ตัวเองได้นอนหลับพักผ่อน หรือออกไปผ่อนคลายนอกบ้าน เพราะร่างกายและอารมณ์ของคุณแม่ก็ต้องการการดูแลไม่แพ้กันค่ะ

อย่าจมกับความรู้สึกผิด การเลี้ยงลูกนั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวเสมอไป คนแต่ละคนมีความแตกต่างหลากหลาย รวมถึงแต่ละบ้านก็มีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน ที่สำคัญ เป็นเรื่องปกติที่เราอาจจะทำอะไรผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ไปบ้าง คุณแม่ไม่ควรจมอยู่กับความรู้สึกผิดมากเกินไป เพราะอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ค่ะ

แอบงีบหลับบ้าง สำหรับคุณแม่ที่ให้ลูกดื่มนมจากเต้า จำเป็นต้องตื่นให้นมบ่อยๆ อาจพักผ่อนได้ไม่พอ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำนมด้วย ฉะนั้น การได้งีบหลับบ้างเป็นเรื่องจำเป็นนะคะ เพื่อตัวคุณเองและลูกน้อย

สะดือต้องสะอาด ช่วงสัปดาห์แรก สะดือของทารกมักจะยังไม่หลุด ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ควรระมัดระวังอย่างมากในการรักษาความสะอาด ต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังอาบน้ำ ด้วยการเช็ดด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุณหมอแนะนำ และไม่ควรปล่อยให้เกิดอาการชื้นแฉะเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ การเลือกใช้ผ้าอ้อมเด็กที่มีขอบเอวเว้าสะดือจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาด และยังป้องกันความอับชื้นให้กับสะดือของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: คุณหมอแอน พญ. ปิยะรัตน์ เลิศบรรณพงษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

© 2016 DSG International (Thailand) PLC. All rights reserved.